แบบลวดลายหัตถกรรมผ้ามัดย้อมด้วยสีเคมีและ
สีธรรมชาติ มีเทคนิคในการทำผ้ามัดย้อม
ด้วยวิธีการ 3 วิธีการดังนี้
 1. การพับแล้วมัด กล่าวคือ เป็นการพับผ้าเป็นรูปต่างๆ
แล้วมัดด้วยยางหรือเชือก
ผลที่ได้จะได้ลวดลายที่มีลักษณะลายด้านซ้ายและ
ลายด้านขวาจะมีความใกล้เคียงกัน
แต่จะมีสีอ่อนด้านหนึ่งและสีเข้มด้านหนึ่ง
เนื่องจากว่าหากด้านใดโดนพับไว้ด้านในสี
ก็จะซึมเข้าไปน้อย ผลที่ได้ก็คือจะมีสีจางกว่านั่นเอง
 2. การขยำแล้วมัด กล่าวคือ เป็นการขยำผ้าอย่างไม่ตั้งใจแล้วมัดด้วยยางหรือเชือก ผลที่ได้จะได้ลวดลายแบบอิสระ เรียกว่าลายสวยแบบบังเอิญ ทำแบบนี้อีกก็ไม่ได้ลายนี้อีกแล้ว
เนื่องจากการขยำแต่ละครั้งเราไม่สามารถควบคุมการทับซ้อนของผ้าได้
ฉะนั้นลายที่ได้เป็นลายที่เกิดจากความบังเอิญจริงๆ เปรียบเทียบเหมือนกับการที่เราเห็นก้อนเมฆ
ก้อนเมฆแต่ละก้อนจะมีลักษณะแตกต่างกัน และเมื่อผ่านสักครู่ลายหรือลักษณะของก้อนเมฆก็จะเปลี่ยนไป
เราเรียกว่าลายอิสระ หรือรูปร่างรูปทรงอิสระนั่นเอง
 3. การห่อแล้วมัด กล่าวคือ เป็นการใช้ผ้าห่อวัตถุต่างๆ ไว้แล้วมัดด้วยยางหรือเชิอก
ลายที่เกิดขึ้นจะเป็นลายใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาใช้ และลักษณะของการมัด
เช่น การนำผ้ามาห่อก้อนหินรูปทรงแปลกๆ ที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก แล้วมัดไขว้ไปมา
โดยเว้นจังหวะของการมัดให้มีพื้นที่ว่างให้สีซึมเข้าไปได้ อย่างนี้ก็จะมีลายเกิดขึ้นสวยงาม
แตกต่างจากการมัดลักษณะวัตถุอื่นๆ ด้วย
หลักการสำคัญในการทำมัดย้อมคือ ส่วนที่ถูกมัดคือส่วนที่ไม่ต้องการให้สีติด
ส่วนที่เหลือหรือส่วนที่ไม่ได้มัดคือส่วนที่ต้องการให้สีติด การมัดเป็นการกันสีไม่ให้สีติดนั่นเอง
ลักษณะที่สำคัญของการมัดมีดังนี้
 ข้อ 1. ความแน่นของการมัด กรณีแรกมัดมากเกินไปจนไม่เหลือพื้นที่ให้สีแทรกซึมเข้า ไปได้เลย
ผลที่ได้ก็คือ ได้สีขาวของเนื้อผ้าเดิม อาจมีสีย้อมแทรกซึมเข้ามาได้เล็กน้อย อย่างนี้เกิดลายน้อย
 กรณีที่สองมัดน้อยเกินไป เหลือพื้นที่ให้สีย้อมติดเกือบเต็มผืน อย่างนี้เกิดลายน้อยเช่นกัน
ทั้งผืนมีสีย้อมแต่แทบไม่มีลายเลย
 กรณีที่สาม มัดเหมือนกันแต่มัดไม่แน่น อย่างนี้เท่ากับไม่ได้มัดเพราะหากมัดไม่แน่นสี
ก็จะแทรกซึมผ่านเข้าไปได้ทั่ว ทั้งผืน
 ข้อ 2. การใช้อุปกรณ์ช่วยในการหนีบผ้าแล้วมัด เพื่อให้เกิดความแน่น และเกิดลวดลายตามแม่แบบที่ใช้หนีบ
ดังนั้นลายสวยเพียงใดขึ้นอยู่กับการออกแบบแม่แบบที่จะใช้หนีบด้วย
 ข้อ 3. ความสม่ำเสมอของสีย้อม สีย้อมที่ติดผ้าจะสม่ำเสมอได้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิความร้อน
ขณะนำผ้าลงย้อม และการกลับผ้าไปมาการขยำผ้า ทีเด็ดในการควบคุมลวดลายมัดย้อม
นอกจากอุปกรณ์ต้องได้มาตรฐาน มีขนาดคงเส้นคงวา
มีการพับแบบเดิมพับเมื่อไรก็ได้ตามรูปแบบนั้นแล้วก็จะช่วยให้ควบคุมลวดลาย ให้เหมือนเดิมได้ระดับหนึ่ง
แต่ก็มีทีเด็ดอีกที่จะทำให้ได้ลวดลายที่ประณีตยิ่งขึ้นและสามารถควบคุมได้ใน ระดับหัตถศิลป์เลยทีเดียว
นั่นก็คือ การเย็บ มีขั้นตอนคือ พับหรือไม่พับก็ได้แล้วเย็บให้เป็นลายที่ต้องการ
และรูดเส้นด้ายสองด้านมาผูกกัน แล้วนำผ้าลงน้ำย้อมที่มีอุณหภูมิกำลังได้ที่
วิธีการนี้อาศัยความประณีตสูง และอาศัยหัตถศิลป์สูงทีเดียว ลองพลิกแพลงดูก็แล้วกัน
 
 
powered by ธุรกิจไทย GO ONLINE